มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ ผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าอุตสาหกรรม ครบวงจร $$

  • 0 Replies
  • 24 Views
มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส ผู้ชำนาญด้านสินค้าอุตสาหกรรม อุปกรณ์ส่งกำลัง อะไหล่เครื่องจักร ที่ได้รับความไว้ใจจากผู้ใช้งานอุตสาหกรรมด้านที่เกี่ยวข้องกับการผลิตล้นหลาม พร้อมบริการให้คำปรึกษาแล้วก็จัดส่งทั่วประเทศ



เป็นมอเตอร์ที่ได้รับความนิยมมากมายในหมู่โรงงานอุตสาหกรรม ใช้กับระบบไฟกระแสสลับ การใช้งานรากฐานเป็นเปลี่ยนแปลงพลังงานไฟฟ้าให้กลายเป็นพลังงานกล ส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่เปลี่ยนกำลังไฟฟ้าเป็นขดลวดในสเตเตอร์ เมื่อได้รับพลังงานไฟฟ้าก็จะสร้างสนามไฟฟ้าขึ้น แล้วก็จะไปกระตุ้นให้เกิดการเหนี่ยวนำของกระแสไฟขึ้นในขดลวดของโรเตอร์ หรือ เรียกว่าตัวหมุน ซึ่งเป็นส่วนที่ปฏิบัติภารกิจให้พลังงานมายากลนั่นเอง ก็เลยทำให้มีการเรียก  มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ ว่ามอเตอร์เหนี่ยวนำ

สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ

1. มอเตอร์กระแสไฟฟ้า กระแสสลับแบบอินดักชั่น หรือ เหนี่ยวนำ– จะมีความเร็วพร้อมรอบคงที่ เหตุเพราะขึ้นอยู่กับความถี่ของต้นกำเนิดไฟฟ้า โครงสร้างไม่ค่อยซับซ้อน ราคาไม่แพง ทะนุบำรุงง่ายเพราะไม่มีคอมมิวเตเตอร์กับแปรงถ่านเหมือนมอเตอร์กระแสไฟตรง เมื่อใช้ร่วมกับเครื่องควบคุมความเร็วอินเวอร์เตอร์ก็จะสามารถคุมความเร็วได้ตั้งแต่0 ถึง ความเร็วสูงสุดของมอเตอร์
ข้างในประกอบไปด้วยโรเตอร์, ขดลวดสนามไฟฟ้า, โครงมอเตอร์, ขั้วต่อสาย, ฝาครอบหัว, ฝาครอบท้าย สามารถแบ่งได้ 2 จำพวกหลักๆยกตัวอย่างเช่น อินดิกชั่นมอเตอร์แบบทรงกระรอกกับอินดิกชั่นมอเตอร์แบบขดลวด การใช้แรงงานขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเครื่องจักร

2. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ แบบสิงโครนัส– จะเป็นมอเตอร์ขนาดใหญ่ขนาดกำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 150 KW ไปจนกระทั่ง 15 MW ระดับความเร็วตั้งแต่ 150 – 1,800 RPM มีส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วนเป็น

- สเตเตอร์ (Stator) จะเป็นเหมือนกับแบบอินดักชั่น มีร่องพันขดลวด 3 ชุด เฟสละ 1 ชุด เพียงพอจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟสให้สเตเตอร์จะกำเนิดสนามแม่เหล็กหมุนขึ้นมา
- โรเตอร์ (Rotor) ลักษณะเป็นขั้วแม่เหล็กยื่น ขดลวดพันข้างๆขั้วแม่เหล็กที่ยื่นออกมาโดยจะพันยื่นต่อกับแหล่งจ่ายไฟฟ้าไฟฟ้ากระแสตรงด้านนอกไม่ก็สร้างขั้วแม่เหล็กตรงโรเจอร์ เมื่อมีการจ่ายกระแสไฟฟ้ามายังสเตเตอร์จะกำเนิดเป็นสนามไฟฟ้าหมุนความเร็วพอๆกับความเร็วของสนามไฟฟ้าตรงสเตเตอร์นั่นเอง

ไฟฟ้า 3 เฟสเป็นยังไง?

กระแสไฟฟ้า 1 เฟสหมายถึงไฟฟ้าที่ใช้กับ หลอดไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ภายในบ้าน จะเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ ระบบ 1 เฟส 2 สาย อธิบายง่ายๆเป็นสายไฟฟ้าเข้า 2 เส้น จะมีสายที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่เสมอเวลา เรียกว่า “สายไลน์” ปริมาณ 1 เส้น และสายที่เดินไว้เฉยๆไม่มีกระแสไฟไหล เรียกกว่า “สายนิวตรอน” จำนวน 1 เส้น ทดสอบได้จากปลั๊กไฟฟ้าตามบ้านแบบ 2 ช่อง ทดลองนำไขควงวัดไฟวัดที่รูเสียบ จะมันช่องหนึ่งที่มีไฟฟ้า แล้วก็อีกช่องไม่มีไฟฟ้า การทำแบบงี้เพื่อกระแสไฟนั้นไหลครบวงจร ส่วนปลั๊กที่มี 3 ช่อง จะมีช่องสายกราวด์ เพิ่มเข้ามาอีก 1 ช่อง เพื่อให้กระแสไฟไหลลงดิน หากเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วซึ่งระบบกระแสไฟฟ้า 1 เฟส 2 สาย จะมีระดับแรงดันไฟฟ้าที่ใช้งานจะอยู่ที่ 230-250 V มีความถี่ 50 Hz

ไฟฟ้า 3 เฟสเป็นระบบกระแสไฟฟ้าระบบ 3 เฟส 4 สาย ชี้แจงง่ายๆเป็น สายไฟฟ้าเข้า 4 เส้น จะมีสายที่มีกระแสไฟไหลอยู่ตลอดเวลา เรียกว่า “สายไลน์” มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ จำนวน 3 เส้น รวมทั้งสายที่เดินไว้เฉยๆไม่มีไฟฟ้าไหล เรียกว่า “สายนิวตรอน” ปริมาณ 1 เส้น ระดับแรงกดดันไฟฟ้าที่ใช้งาน ถ้าหากวัดแรงกดดันระหว่างสายไลน์กับสายไลน์ แรงดันจะอยู่ที่ 380-400 V แม้กระนั้นแม้วัดระหว่างสายไลน์กับสายนิวตรอน แรงดันจะอยู่ที่ 230-250 V ความถี่ 50 Hz ซึ่งระบบ 3 เฟส 4 สายนั้น จะใช้กับเครื่องจักรต่างๆในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากว่าเครื่องจักรมีขนาดใหญ่ จึงอยากแรงดันกระแสไฟฟ้าสูง ไฟฟ้าระบบนี้ไม่สามารถประยุกต์ใช้กับระบบแสงไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าข้างในบ้านได้โดยตรง

ผู้คนจำนวนมากอาจสงสัยว่าระบบกระแสไฟฟ้า 3 เฟส ไม่สามารถที่จะใช้กับวัสดุอุปกรณ์ภายในบ้านได้ แล้วเอามาแนะนำเพื่ออะไร ข้อสงสัยนี้อธิบายได้ไม่ยาก กล่าวอีกนัยหนึ่ง ระบบไฟฟ้า 3 เฟสที่จะนำมาใช้ภายในบ้านนั้น มิได้ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าเครื่องเดียวทั้งปวงโดยตรง แต่ว่าพวกเราจะแบ่งไฟฟ้า 3 เฟส ออกเป็น ไฟฟ้า 1 เฟส จำนวน 3 ชุด แล้วกระจายไปตามจุดต่างๆที่เครื่องใช้ไฟฟ้าจัดตั้ง กระบวนการทำในลักษณะนี้ถือว่าเป็นการเฉลี่ยการใช้กระแสไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ ทำให้ออมค่าใช้กระแสไฟฟ้าได้

แหล่งที่มา https://fms.co.th/เกร็ดความรู้เบื้องต้นเ/